-- HOME ---- ABOUT US ---- CONTACT US --
   
:: อุปกรณ์ฟาร์ม และอุปกรณ์ผสมเทียมโค ::
คลิกที่นี่
น้ำเชื้อพ่อพันธุ์โคเนื้อ น้ำเชื้อพ่อพันธุ์โคนม CRV AmBreed NZ  -  ซีอาร์วี แอมบรีด
น้ำเชื้อพ่อพันธุ์ แยกเพศ Sexing Semen
น้ำเชื้อพ่อพันธุ์โคนม แยกเพศ Sexing Semen




 

       การผสมพันธุ์ในแม่โคจึงเป็นสิ่งที่ควรเอาใจใส่อย่างยิ่ง เพราะถ้าแม่โคตัวใดมีปัญหาในการผสมพันธุ์ ที่ทำให้การเป็นสัด
และการผสมติดต้องผิดปกติไปแล้ว ย่อมนำความเสียหายที่สำคัญตามมา นั่นคือจะไม่ได้ลูกโค และถ้าเป็นเกษตรกรเลี้ยงโคนม จะทำ
ให้ปริมาณน้ำนมซึ่งควรได้มากหลังการคลอดทุกครั้งก็จะไม่ได้ แม้ว่าโคบางตัวจะสามารถรีดนมได้ไปเรื่อยๆ ถึง 3-4 ปี โดยไม่ได้ลูก
ก็ตาม แต่น้ำนมที่ได้ก็ย่อมได้น้อยกว่าที่ควร และไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู จำไว้ว่าอย่าละเลย ถ้าโคของท่านมีปัญหาใน
ระบบสืบพันธุ์ไม่ว่าจะเกิดจาก การไม่เป็นสัด การผสมไม่ติด หรือการเป็นสัดที่ไม่สม่ำเสมอ
ขอให้พิจารณาข้อแนะนำต่อไปนี้ และท่านจะสามารถหาแนวทางแก้ปัญหาให้กับตัวของท่านได้

 

 

       ปัญหาในการผสมพันธุ์ในแม่โคนั้น มีสาเหตุหลายประการด้วยกันเพื่อให้เป็นการง่ายที่จะทำความเข้าใจ จะขออธิบายถึงวงรอบการเป็นสัดปกติในแม่โคให้ทราบอย่างคร่าวๆ คือ ตามปกติทุกๆ 21 วัน แม่โคจะแสดงอาการเป็นสัด แต่โคบางตัวอาจมีวงรอบการเป็นสัดที่สั้น หรือยาวกว่านี้เล็กน้อย (17-25 วัน) ก็ถือว่าเป็นลักษณะของโคตัวนั้นๆ เจ้าของจะต้องมีความสังเกต และจดจำให้ได้ว่าโคของท่านแต่ละตัวมีวงรอบการเป็นสัดกี่วัน 

       โคที่เป็นสัดจะมีอาการกระวนกระวาย บางตัวไม่ค่อยกินอาหาร หรือส่งเสียงร้อง มันจะยอมยืนนิ่งให้ตัวอื่นขึ้นขี่หลัง หรือพยายาม
ขี่ตัวอื่นซึ่งอาการนี้จะเห็นได้ชัดถ้าเลี้ยงโคแบบปล่อยรวมฝูง นอกจากนี้จะเห็นน้ำเมือกเหนียว ใส จำนวนมากไหลจากอวัยวะเพศ และเปื้อนเป็นคราบที่โคนหาง และที่บริเวณสะโพก ลักษณะอวัยวะเพศภายนอกจะบวมใหญ่ขึ้น และเยื่อเมือกข้างในเมื่อเปิดดู
จะเป็นสีแดงจัดกว่าปกติ

 
 
       ส่วนภายในคือ ที่รังไข่  เมื่อโคแสดงอาการเป็นสัดไปได้ประมาณ 16-19 ชั่วโมง ไข่ก็จะตกลงมา ซึ่งไข่นี้ถ้าได้ผสมกับเชื้ออสุจิ
จากตัวผู้ (ที่ได้จากการผสมเทียม หรือผสมโดยพ่อโค) ก็จะเกิดเป็นตัวลูกอ่อนฝังตัวอยู่ที่มดลูกแล้วรังไข่จะมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อช่วยให้
ร่างกายของ แม่โคปรับสภาพให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ต่อไป

       แต่ถ้าไข่ที่ตกไม่ได้รับการผสมจากเชื้อตัวผู้ รังไข่ก็จะเปลี่ยนแปลงให้เกิด วงรอบการเป็นสัดครั้งใหม่ใน 21 วัน ข้างหน้าวงรอบการเป็นสัด
ที่พูดถึงนี้ควบคุมโดยระดับของฮอร์โมนในเลือดซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ถ้าแม่โคเกิดภาวะเครียดจากสาเหตุต่างๆ
ปัญหาในการผสมพันธุ์ในแม่โคที่พบอยู่เสมอแบ่งเป็น  3 แบบ  คือ
    
1. แม่โคนั้นเป็นสัดตามปกติ แต่ผสมไม่ติด หรือต้องผสมซ้ำหลายๆ ครั้ง
2. แม่โคนั้นไม่เป็นสัดเลย
3. แม่โคมีวงรอบการเป็นสัดผิดปกติ เช่น เป็นสัดถี่เกินไป หรือไม่สม่ำเสมอ
 

       ถ้าหากโคตัวนั้นเป็นสัดตามปกติทุกครั้งคือ แสดงอาการเป็นสัดให้เห็นทุกๆ 21 วัน แต่ผสมไม่ติดเจ้าของควรจะพิจารณาถึงสิ่งต่อไปนี้
ทีละข้อ  คือ

       1.  การผสมเทียม 

            เวลาที่ผสมเทียมเหมาะสมหรือไม่ เพราะถ้าผสมไม่ถูกช่วงคือ ก่อนหรือหลังไข่ตกนาน เกินไป เชื้อตัวผู้ก็จะตายก่อนได้ผสมกับไข่
เจ้าของจึงควรแจ้งเจ้าหน้าที่ผสมเทียมทันทีที่เห็นโคแสดงอากาเป็นสัด


       -  วิธีการผสม ทำถูกต้องหรือไม่ บางครั้งถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ผสมเทียมที่เพิ่งมาทำงานใหม่ๆ หรือเป็นคนที่ทำงานสะเพร่า อาจใช้วิธีการผสมที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ผสมไม่ติดได้

       2.  เชื้ออสุจิที่ใช้ผสมมีปัญหา 

           ถ้าใช้การผสมเทียมปัญหาอาจเกิดขึ้นได้ ถ้าเชื้อที่ใช้สำหรับผสมเทียมนั้นมีคุณภาพไม่ดี หรือถ้าใช้พ่อโคขึ้นผสมตามธรรมชาติ ควรพิจารณาถึงสุขภาพของพ่อโคว่าแข็งแรงดีหรือไม่ และถ้ามีปัญหาควรได้มีการตรวจน้ำเชื้อของพ่อโคโดยสัตวแพทย์


       3.   ไข่ตกช้า 

            พบว่าในแม่โคบางตัวไข่จะตกจากรังไข่ช้ากว่าปกติคือ เกิน 24-48 ชั่วโมง หลังจากการเป็นสัด ทำให้เชื้อตัวผู้จากการผสมเทียม
ซึ่งค้างอยู่ในมดลูกตายก่อนได้ผสมกับไข่ ปัญหานี้ต้องให้สัตวแพทย์แก้ไขโดยการล้วงตรวจทางทวารหนัก และอาจต้องใช้การฉีดฮอร์โมน
ช่วย

       
4.    ไข่ไม่ตก 

             ในโคบางตัวอาจพบปัญหานี้ได้คือ ไข่ไม่ตกลงรังไข่ทั้งๆ ที่แสดงอาการเป็นสัดตามปกติ จึงทำให้ผสมเท่าไหร่ๆ ก็ไม่ติดต้องให้
สัตวแพทย์มาทำการรักษา

      
 5.   มีความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ 

             อาจเกิดขึ้นจากในส่วนใดส่วนหนึ่งของอวัยวะสืบพันธุ์มีการตีบตัน หรือมีการติดเชื้อโรคหรือมีลักษณะผิดปกติใดๆ ก็ตามที่ทำให้
เชื้อตัวผู้เข้าไปผสมกับไข่ไม่ได้ ต้องให้สัตวแพทย์มาทำการตรวจโดยการล้วงทวารหนัก และแก้ไขตามสาเหตุต่อไป

   
    6.   อายุแม่โค 

            แม่โคที่อายุเกิน 10 ปีขึ้นไป การผสมติดจะลดลงตามธรรมชาติ ฉะนั้นไม่ควรเลี้ยงแม่โคที่แก่เกินไป



       แม่โคนั้นไม่เป็นสัดเลย  มักพบได้บ่อยๆ ว่าโคสาวไม่เป็นสัดทั้งๆ ที่อายุน่าจะเป็นสัดได้แล้ว หรือหลังจากคลอดลูกแล้ว แม่โคไม่แสดง
อาการเป็นสัดแม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายเดือน ในกรณี เจ้าของควรพิจารณาถึงสิ่งต่อไปนี้คือ


       1.  เจ้าของสังเกตการเป็นสัดดีหรือไม่ 

            นี่คือ ส่วนแรกที่เจ้าของควรคิดถึง และพบบ่อยๆ ว่าเจ้าของไม่ได้เอาใจใส่สังเกตการเป็นสัดในโคของตนให้ดี เพราะโคบางตัวแสดง
อาการเป็นสัดไม่ชัดเจนสังเกตยาก ถ้าเจ้าของไม่สังเกตให้ดีจะทำให้พลาดไม่ทันสังเกตเห็นเมื่อโคแสดงอาการเป็นสัด

            ฉะนั้น เจ้าของจึงควร สังเกตอาการเป็นสัดในโคอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ควรจะรู้ว่าโคของตนแต่ละตัวนั้นตัวใดควรเป็นสัดในวันใด และมีอาการเป็นสัดเฉพาะอย่างไรโดยใช้หลักง่าย ๆ ว่าปกติทุก 21 วัน โคจะเป็นสัดครั้งหนึ่ง และหลังออกลูก 15-16 วัน     
  
      
  2.  โคนั้นตั้งท้องอยู่ 

             ถ้าโคได้รับการผสมพันธุ์แล้ว เกิดตั้งท้องขึ้นย่อมจะไม่เกิดอาการเป็นสัด ปัญหานี้พบได้ที่เจ้าของเลี้ยงแม่โคแบบปล่อยรวมฝูงที่มี
โคตัวผู้เลี้ยงรวมอยู่ด้วย หรือแม่โคถูกลักลอกผสมพันธุ์โดยเจ้าของไม่รู้เรื่อง แม่โคอาจตั้งท้องโดยเจ้าของไม่รู้ เพียงแต่ไม่เห็นอาการเป็นสัด
ฉะนั้นถ้าสงสัยว่าโคของตนตั้งท้อง หรือไม่ควรตามสัตวแพทย์ให้มาทำการล้วงตรวจทางทวารหนัก ซึ่งจะบอกได้แน่นอนหากโคท้อง

     
  3.  สภาวะเครียด

             อาจพบได้ในโคมีสายเลือดต่างประเทศสูงๆ ที่ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับอากาศร้อนจัดหรือความชื้นสูงๆ ในบ้านของเราได้ จึงทำให้เกิดความเครียดมาก มีผลให้ฮอร์โมนที่ควบคุมการเป็นสัดผิดปกติไป ทำให้ไม่แสดงอาการเป็นสัดกรณีนี้ต้องปรึกษาสัตวแพทย์

   
    4.  อาหาร 

             ถ้าเลี้ยงดูโคโดยให้อาหารไม่สมบูรณ์มีผลให้โคขาดอาหาร หรือขาดแร่ธาตุตัวใดตัวหนึ่งย่อมมีผลให้โคไม่เป็นสัดได้ จึงควรให้
อาหารโคอย่างครบถ้วน ทั้งอาหารหยาบที่มีคุณภาพดี (หญ้า ข้าวโพด ฯ) อาหารข้นจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ ควรจัดเกลือแร่ให้โคกินได้
ตามใจชอบด้วย

     
  5.  ความผิดปกติของตัวโคเอง 

             อาจพบได้ว่าการไม่เป็นสัดในโคนั้น บางครั้งเกิดจากความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ของโคตัวนั้นเอง  เช่น  โคตัวเมียที่เป็นคู่แฝด
กับโคตัวผู้ แบบนี้ตัวเมียจะมีอวัยวะสืบพันธุ์ไม่เจริญแต่กำเนิด ถ้าเกิดจากเหตุนี้มักแก้ไขไม่ได้
             แต่ถ้าโคสาวเป็นสัดช้ากว่าที่ควรอาจเนื่องจากขาดอาหาร  อ้วนเกินไป  หรือป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เช่น พยาธิภายในลำไส้ หากได้แก้ไข
ปัญหาเหล่านี้แล้ว ในบางกรณีสัตวแพทย์อาจฉีดฮอร์โมนให้โคตัวนี้ เพื่อช่วยเร่งให้แสดงอาการเป็นสัดเร็วขึ้น

  
     6.  ถุงน้ำที่รังไข่   

             การเกิดถุงน้ำที่รังไข่นี้ เกิดจากสาเหตุมากมายมีผลทำให้โคมีการเป็นสัดที่ผิดปกติได้หลายแบบ เช่น ไม่เป็นสัดเลย เป็นสัดถี่เกินไป
เป็นสัดไม่สม่ำเสมอ ต้องให้สัตวแพทย์มาทำการตรวจจึงจะทราบได้และส่วนใหญ่ถ้าไม่ปล่อยไว้นานเกินไปสามารถรักษาได้ด้วยการฉีดฮอร์โมน

     
  7.  รังไข่ไม่เปลี่ยนสภาพ 

             พบบ่อยในแม่โคที่ไม่แสดงอาการเป็นสัด หลังจากออกลูกไปแล้วซึ่งต้องตรวจโดยสัตวแพทย์ สามารถรักษาได้เช่นกัน ฉะนั้นถ้าหลัง
จากออกลูกแล้ว 2 เดือน แม่โคยังไม่แสดงการเป็นสัดให้เห็นควรแจ้งให้สัตวแพทย์ไปล้วงตรวจ อย่างนิ่งนอนใจรอ เพราะการรักษาระยะแรก
จึงจะได้ผลด


 

       โคเป็นสัดถี่เกินไป หรือเป็นสัดนานกว่าปกติ พบได้ในกรณีต่อไปนี้

       1.  เป็นสัดครั้งแรก 


             ในโคสาวที่อายุน้อยการเป็นสัดครั้งแรกมักจะสั้นกว่าปกติ เช่นเดียวกับในแม่โคระยะการเป็นสัดครั้งแรกหลังออกลูกก็มักสั้นกว่าปกติ ฉะนั้นเจ้าขอจึงไม่ควรรีบผสมพันธุ์ในระยะนี้ ควรรอให้วงรอบการเป็นสัดเป็นปกติก่อน
 
       2.  เป็นธรรมชาติของโคนั้น 

             โคบางตัวอาจมีวงรอบการเป็นสัดช้ากว่าปกติ แต่ถ้าเป็นอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถทำการผสมได้

       3.  ถุงน้ำที่รังไข่ 

             เหมือนที่ได้อธิบายแล้วในเรื่องการไม่เป็นสัด

       4. สาเหตุอื่นๆ 

             เช่นการฉีดฮอร์โมนที่ช่วงเวลาไม่เหมาะสม  มีการล้างมดลูกมีการติดเชื้อที่ระบบสืบพันธุ์เป็นต้น  สาเหตุเหล่านี้อาจมีผลให้รังไข่
เกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้เป็นสัดเร็วกว่าปกติ ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อทำการแก้ไขต่อไป จำไว้ว่า เจ้าของไม่ควรซื้อฮอร์โมนมาฉีดเอง
เป็นอันขาด การรักษาด้วยฮอร์โมนใดๆ ต้องทำโดยสัตวแพทย์เท่านั้น เพราะมีผลเสียได้หากใช้ไม่ถูกต้อง


             จากที่ได้กล่าวมาทั้งสามกรณีข้างต้นนี้ คงจะช่วยให้ผู้เลี้ยงโคสามารถเข้าใจ และมองเห็นความสำคัญของปัญหาในการผสมพันธุ์
ในโคได้





 

  โดย ... สัตว์แพทย์หญิง ฐิติมา วราวิทย์
              สัตว์แพทย์หญิง วีร่า พิวก์
 
     ปัญหาในการผสมพันธุ์







©
2007 Pornchaiinter.com   All Rights Reserved.
Tel : 032 357 184, 032 357 558, 032 357 559 Fax : 032 357 185