-- HOME ---- ABOUT US ---- CONTACT US --
   
:: อุปกรณ์ฟาร์ม และอุปกรณ์ผสมเทียมโค ::
คลิกที่นี่
น้ำเชื้อพ่อพันธุ์โคเนื้อ น้ำเชื้อพ่อพันธุ์โคนม CRV AmBreed NZ  -  ซีอาร์วี แอมบรีด
น้ำเชื้อพ่อพันธุ์ แยกเพศ Sexing Semen
น้ำเชื้อพ่อพันธุ์โคนม แยกเพศ Sexing Semen




 

        อายุของลูกโคตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 เดือนเป็นช่วงที่ง่ายที่สุดต่อการเจ็บป่วยโรคที่พบมาก คือ โรคในระบบทางเดินอาหาร และโรคปอดบวม วิธีการป้องกันการเกิดโรคในลูกโคที่ดีที่สุด คือ

 
1.
หลังจากคลอดมาแล้ว พยายามให้ลูกโคได้กินนมน้ำเหลืองจากแม่โคให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
 
2.
การเลี้ยงดูลูกโค ต้องเอาใจใส่ให้ได้รับนมอย่างเพียงพอ อย่าให้ลูกโคกินหญ้าตั้งแต่อายุน้อยจนเกินไป
 
3.
คอยระวังอย่าให้ลูกโคตากฝน หรือโดนลมหนาวโกรกมากๆ เพราะจะทำให้เกิดโรคในปอดได้ง่าย และควรให้ลูกโคได้ตากแดดบ้าง
 
4.
ควรถ่ายพยาธิลูกโคตั้งแต่อายุ 3 เดือนขึ้นไป หรือตั้งแต่ลูกโคเริ่มกินหญ้าได้ และถ่ายเป็นประจำทุก 6 เดือน
 
5.
ช่วงที่แม่โคตั้งท้องควรบำรุงด้วยอาหาร และเกลือแร่ให้เพียงพอ เพื่อให้แม่โคแข็งแรงไม่ผอมหรืออ้วนเกินไป
ซึ่งจะมีผลให้ลูกโคแข็งแรงไปด้วย

 
 

โรคที่พบได้บ่อยๆ ในลูกโค มีดังนี้
ี้





        เกิดจากการติดเชื้อโรคเข้าไปทางสายสะดือในลูกหลังคลอดใหม่ๆ เนื่องจากเจ้าของไม่ได้ทำความสะอาดสายสะดือ และพื้นคอกสกปรก



        มักแสดงอาการให้เห็นหลังคลอด 3-5 วัน โดยระยะแรกสะดือจะบวมอักเสบ ร้อน และลูกโคจะแสดงอาการเจ็บถ้ากดดู ระยะนี้ลูกโคบางตัว
อาจยังสามารถกินนมได้ดี แต่บางตัวจะมีไข้สูง ซึม และไม่ค่อยกินนม

        ต่อมาจะสังเกตเห็นหนองในถุงสะดือ สะดือเมื่อคลำดูจะเป็นท่อแข็ง ไม่เหี่ยวลีบตามธรรมชาติ บางตัวที่เป็นสะดืออักเสบเรื้อรัง
จะมีการแพร่ของเชื้อโรคสะดือไปตามเส้นเลือด ไปสู่ข้อทั้ง 4 ทำให้ข้อขาบวม อักเสบ และเจ็บ





               1.   ถ้าลูกโคยังกินอาหารได้ดี

               ให้ทำความสะอาดแผลเอง โดยใช้วิธีบีบหรือขูดเอาหนองออกมา โดยใช้ช้อนเล็กๆ แล้วใช้ปากคีบพันสำลีชุบ
น้ำยาไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (ยาน้ำเดือด) และเข้าไปเช็ดในโพรงหนองหลายๆ ครั้ง จากนั้นใช้สำลีชุบทิงเจอร์ไอโอดีนยัดไว้ในรูสะดือ
โรยปากแผลด้วยยากันหนอนแมลงวัน (เนกาซันท์) ทำแผลทุกวัน วันละ 1 ครั้ง

               จำไว้ว่าเครื่องมือที่ใช้ทำควรต้มในน้ำเดือด 10 นาที ก่อนนำมาใช้เพราะจะได้ไม่เป็นการนำเชื้อโรคเข้าไปในแผล

                2.  ถ้าลูกโคมีอาการไข้สูง ซึม ไม่กินนม หรือมีข้อขาบวม

               ควรให้สัตวแพทย์ให้มาทำการรักษาทันที อย่าทิ้งไว้ให้ลูกโคโทรม เพราะต้องการฉีดยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมช่วย





        หลังจากคลอดแล้ว ใช้มีดสะอาดตัดสายสะดือให้ห่างจากท้องประมาณ 3 นิ้ว แล้วเททิงเจอร์ไอโอดีนลงในสายสะดือ และทาภายนอก
ให้ทั่วจะผูกหรือไม่ผูกสายสะดือก็ได้ คอกที่ใช้เก็บลูกโคควรจะแห้งและสะอาด







        ส่วนใหญ่แล้วลูกโคที่เป็นปอดบวม จะเริ่มจากสภาพร่างกายที่อ่อนแอลง และประกอบกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่น โดนฝนสาด โดนลมโกรก ทำให้ร่างกายติดเชื้อโรคได้ง่าย ซึ่งมีหลายชนิดที่เป็นสาเหตุของโรคนี้ถ้ามีเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่ปอดจะทำให้อาการ
รุนแรงยิ่งขึ้น




        ระยะแรกๆ ลูกโคจะซึม มีไข้สูง 104 องศาฟาเรนไฮต์ขึ้น ไม่กินนม มีน้ำมูกไหล และจมูกแห้ง หายใจถี่เร็วกว่าปกติ

        
ระยะต่อมาอาการ จะรุนแรงขึ้น โดยมากลูกโคจะยืดคอไปข้างหน้า พยายามอ้าปากหายใจ เสียหายใจดังผิดปกติ บางครั้งใช้ท้องช่วยหายใจ ลูกในตามักจะเบิ่ง น้ำมูกข้น ถ้าไม่กินอาหารนานๆ จะมีสภาพขาดน้ำ คือ ตาโบ๋ ผิวหนังเหี่ยวแห้งร่วมด้วยเสมอ



        เกษตรกรต้องแจ้งให้สัตวแพทย์มาทำการรักษาทันทีที่ลูกโคเริ่มผิดปกติ เพราะโรคนี้รักษาด้วยการฉีดยาปฏิชีวนะ การให้น้ำเกลือ
ทางเส้นเลือดในกรณีที่ลูกโคไม่กินนมนานๆ และบางครั้งสัตวแพทย์จะให้ยาที่ช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น เช่น ยาขยายหลอดลม ยาลดเสมหะ
ร่วมด้วย ถ้าทิ้งไว้จนอาการรุนแรงแล้วโอกาสที่ลูกโคจะตายนั้นมีมาก




        -    พยายามให้ลูกโคอยู่ในคอกที่แห้งและสะอาด ไม่มีลมโกรก และฝนสาดไม่ถึง
        -    ถ้าลูกโคไปตากฝนมาควรรีบเช็ดตัวให้แห้ง
        -   ในฤดูหนาวที่นอนของลูกโคควรมีฟาง หรือกระสอบรอง อย่าให้ลูกโคนอนบนพื้นปูนเย็นๆ หรือนอนในที่แฉะ


   ลูกโคที่ตัวเล็กมากๆ หรืออ่อนแอตั้งแต่แรกคลอด ควรจัดให้มีโคมไฟกกในเวลากลางคืนที่มีอากาศเย็น จนกว่าจะแข็งแรงขึ้น






         1. เชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัส 

         เชื้อทั้งสองชนิดเป็นสาเหตุที่ทำให้ท้องเสียได้มากในลูกโคอายุน้อยกว่า 2 สัปดาห์ ส่วนที่อายุมากกว่า 2 สัปดาห์ ท้องเสียมักเกิดจาก
เชื้อแบคทีเรียมากกว่า โดยลูกโคได้รับเชื้อจากการกินเอาเชื้อเข้าไป หรือเกิดจากสภาพร่างกายที่ทรุดโทรมลง ทำให้เชื้อโรคที่ปกติมีอยู่แล้ว
ในลำไส้เกิดทวีความรุนแรงขึ้นเองได้



         2.  พยาธิลำไส้   

         พยาธิที่เป็นสาเหตุให้ท้องเสียในลูกโคที่พบบ่อย คือ พยาธิไส้เดือน อาการจะรุนแรงในช่วงอายุต่ำกว่า 3 เดือน ลูกโคในช่วงอายุนี้
เป็นโรคได้ง่ายโดยการติดต่อได้หลายทางคือ
  • อาจติดต่อตั้งแต่อยู่ในท้อง เพราะถ้าขณะตั้งท้องแม่โคเป็นโรคพยาธิไส้เดือน ตัวอ่อนของพยาธิก็สามารถผ่านรกไปยังลูกโคได้
  • ติดโดยการกินนมน้ำเหลืองที่มีตัวอ่อนของพยาธิอยู่
  • พบบ่อยที่สุดคือ ลูกโคไปกินไข่พยาธิที่ติดมากับน้ำ และหญ้า เพราะโคที่เป็นโรคพยาธิชนิดนี้ เวลาที่พยาธิตัวเมียออกไข่ (ประมาณ 3 แสนฟอง/วัน) ในลำไส้ ไข่จะถูกขับมาพร้อมกับมูลโคซึ่งจะมาติดอยู่ตามน้ำ และหญ้าได้ง่าย

         3.   เชื้อโรคบิด 

         พบได้มากในช่วงโคอายุต่ำกว่า 6 เดือน ติดต่อโดยการกินเชื้อโรคที่อยู่ตามอุจจาระของสัตว์ป่วย   ตามน้ำ   อาหาร  และหญ้า



         1.  ถ้าเป็นท้องเสียจากเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส

         ลูกโคจะมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำพุ่ง  อ่อนเพลีย  ถ้าถ่ายมากๆ จะแสดงอาการขาดน้ำคือ ผิวหนังแห้งยกตั้งได้ง่าย  ตาลึกโหล  บางครั้งอาจมีไข้ และไม่กินนมร่วมด้วย

         2.  ถ้าท้องเสียจากพยาธิ

          ลูกโคจะมีอาการท้องเสียแบบเรื้อรัง สุขภาพอ่อนแอ ขนหยาบหยอง ผิวหนังไม่เป็นมัน  น้ำหนักลด  บางตัวจะมีอาการโลหิตจาง 
พุงมักจะป่อง  ลูกโคจะแกร็น และติดโรคอื่นๆ ได้ง่าย  ลูกโคที่เป็นพยาธินี้มักจะไม่มีไข้ และยังกินอาหารได้

         3.  ถ้าท้องเสียจากเชื้อบิด

          ลูกโคจะแสดงอาการให้เห็นหลังจากรับเชื้อได้ 2 สัปดาห์ โดยแสดงอาการท้องร่วง  อุจจาระมีมูกเลือดปน  มีกลิ่นเหม็นจัด ไข้สูง ปวด เบ่งจนหลังโก่ง ลูกโคจะผอมอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ขนหยาบน้ำหนักลด นัยน์ตาแห้งลึก โลหิตจาง ต่อมามักมีอาการปอดบวมแทรก

        
  ในรายที่เป็นรุนแรงจะตายใน 3-4 วัน ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีโดยอาจพบการชัก หรืออาการทางประสาทก่อนตายได้



        ขึ้นกับการพิจารณาของสัตวแพทย์โดยมีหลักคือ  ต้องหาสาเหตุที่ทำให้ท้องเสียให้ได้ก่อน และการรักษาสามารถแยกตามสาเหตุได้ง่ายๆ คือ

         1.  ถ้าท้องเสียในลูกโคที่สงสัยว่าเกิดจากแบคทีเรียหรือไวรัส

          ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องแก้ไขสภาพขาดน้ำด้วยการให้น้ำเกลือ เฉพาะสำหรับโรคท้องเสียโดยการกิน หรือการให้ทางเส้นเลือด (ควรลดน้ำนมที่ให้กินประจำลงกินน้ำเกลือแทนระยะหนึ่งจนกว่าอาการจะดีขึ้น) ถ้าท้องเสียธรรมดา ยาปฏิชีวนะยังไม่จำเป็นต้องให้ในระยะแรก เพราะมักจะหายได้เอง หลังจากน้ำเกลือทดแทนอย่างเพียงพอ แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นใน 48 ชั่วโมง หรืออาการมีความรุนแรงมากตั้งแต่แรก
ก็จำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วยเสมอ


         2.  ถ้าสงสัยว่าท้องเสียเนื่องจากพยาธิ

         ควรมีการตรวจชนิดไข่พยาธิจากอุจจาระของโคก่อน เพื่อจะได้เลือกใช้ยาถ่ายพยาธิชนิดที่เหลว ตัวอย่างเช่น ถ้าเกิดจากพยาธิไส้เดือน
ยาถ่ายไปเปอราซิน จัดว่าให้ผลดีราคาถูกไม่เป็นอันตรายแม้จะให้เกินขนาดไปบ้าง โดยควรถ่ายในช่วงลูกโคอายุ 2 สัปดาห์ ในตอนเช้า
ก่อนกินอาหาร เป็นต้น

         ถ้าลูกโคมีการขาดน้ำก็จำเป็นต้องแก้ไขโดยให้กินสารน้ำเช่นกัน และควรบำรุงลูกโคเพื่อให้สภาพร่างกายสมบูรณ์ขึ้นโดยเร็ว ที่สำคัญคือ
ควรจะล้างคอกพักของลูกโคให้สะอาดเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดโรคซ้ำขึ้นอีกภายหลัง



         3.  ถ้าท้องเสียจากเชื้อบิด (ถ่ายเป็นมูกเลือด)


         จำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะพวกซัลฟา และน้ำเกลือ ทดแทนน้ำที่เสียจากการขับถ่ายอย่างมาก การรักษาจะได้ผลดีในช่วงที่เริ่มป่วย
และควรรักษาความสะอาดของคอกโคใช้น้ำยาฆ่าเชื้อราดหลังจากล้างคอกทุกครั้ง




 
1.
ไม่ปล่อยให้พื้นคอกสกปรก และควรให้แห้งอยู่เสมอ
 
2.
ให้อาหาร และน้ำที่สะอาด
 
3.
แยกลูกโคที่ป่วยไปทำการรักษาจนหาย อย่าให้ปะปนกับลูกโคที่ยังแข็งแรง
 
4.
ในลูกโคแรกเกิดถึง 3 เดือน ควรดูแลสุขภาพให้ดี เพราะลูกโคที่อายุเกิน 6 เดือน ไปแล้วมักจะมี 
 
ภูมิต้านทานโรคสูงโอกาสท้องเสียจะเป็นไปได้ยาก

 



 

  โดย ... สัตว์แพทย์หญิง ฐิติมา วราวิทย์
              สัตว์แพทย์หญิง วีร่า พิวก์
 
     โรคในลูกโค







©
2007 Pornchaiinter.com   All Rights Reserved.
Tel : 032 357 184, 032 357 558, 032 357 559 Fax : 032 357 185