-- HOME ---- ABOUT US ---- CONTACT US --
   
:: อุปกรณ์ฟาร์ม และอุปกรณ์ผสมเทียมโค ::
คลิกที่นี่
น้ำเชื้อพ่อพันธุ์โคเนื้อ น้ำเชื้อพ่อพันธุ์โคนม CRV AmBreed NZ  -  ซีอาร์วี แอมบรีด
น้ำเชื้อพ่อพันธุ์ แยกเพศ Sexing Semen
น้ำเชื้อพ่อพันธุ์โคนม แยกเพศ Sexing Semen





        ตามธรรมชาติหลังจากการคลอดในช่วง 3 – 8 ชั่วโมง รกจะลอกหลุดออกมา ซึ่งเกิดจากการที่รกขาดเลือดมาเลี้ยง ประกอบกับการบีบตัว
ช่องมดลูก และน้ำหนักของรกส่วนที่ห้อยอยู่ภายนอกช่วยดึงให้รกหลุดออกจากตัวได้ดียิ่งขึ้น
ที่ทำให้รกค้างมีมากมาย เช่น

 
1.
การให้อาหารในโคขณะตั้งท้องไม่สมบูรณ์ เช่น ขาดวิตามิน ให้แคลเซียมต่ำ,  ปริมาณสัดส่วนของแคลเซียมกับฟอสฟอรัสไม่สมดุล ขาดไอโอดีน ฯลฯ
 
2.
เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อราที่รกหลังคลอด
 
3.

สภาพการคลอดที่ผิดปกติต่างๆ มีผลทำให้เกิดรกค้างได้ เช่น คลอดลูกแฝด, เกิดภาวะการคลอดยาก, คลอดก่อนกำหนด, แท้งลูก เป็นต้น

 
4.
สภาวะทางอารมณ์ของแม่โค เช่น ตกใจ หรือเครียดมากหลังคลอด ก็ทำให้รกค้างได้


        โคมักจะเบ่งบ่อยๆ กระวนกระวาย ไม่ค่อยกินอาหาร บางตัวอาจมีไข้ เจ้าของมักจะสังเกตเห็นส่วนของรกห้อยออกมา หรือโผล่ให้เห็น
เวลานอน  ถ้าเลย 24 ชั่วโมง หลังคลอดแล้วรกยังไม่ออกให้รีบแจ้งสัตวแพทย์ทันที เจ้าของควรเอาใจใส่โคหลังคลอดใหม่ๆ ให้ดี
เพราะบางครั้งรกอาจลอกหลุดแล้วแต่เจ้าของไม่สังเกต หรือบางครั้งอาจมีสุนัขมากัดกินรกที่ห้อยค้างอยู่ทำให้โคตกใจ หรือได้รับบาดเจ็บ
ซึ่งจะทำให้รกค้างได้




          1.  สัตวแพทย์จะปลดรกออกโดยทำอย่างสะอาด และระมัดระวัง  ร่วมกับการสอดยาปฏิชีวนะไว้ในมดลูกหรือล้างมดลูก หรือฉีดยา
ร่วมด้วย

          2.  ในบางกรณีอาจทิ้งให้รกลอกหลุดมาเอง ซึ่งต้องใช้เวลา 7-10 วัน โดยรกจะค่อยๆ เปื่อย และหลุดออกมาได้เอง แต่กรณีเช่นนี้
โคอาจแสดงอาการป่วยซึ่งต้องใช้ยาฉีดร่วมด้วย เพื่อป้องกันการติดเชื้อในมดลูก เมื่อปล่อยให้รกลอกออกเอง สัตวแพทย์มักนิยมใส่ยาปฏิชีวนะ
ไว้ในมดลูก

          3.  หลังจากรกออกแล้ว  15  วันหลังคลอด ควรให้สัตวแพทย์ตรวจดูว่ามดลูกเข้าอู่ได้ดีหรือไม่ ถ้าพบว่าหลังคลอดโคยังคงเบ่งเสมอ ๆ
โดยขับน้ำสีปนเลือดกลิ่นเหม็นจัดออกมา ควรให้สัตวแพทย์มาตรวจดู เพราะอาจเกิดจากที่รกลอกออกไม่หมด และมีการติดเชื้อในมดลูก
ร่วมด้วย  กรณีเช่นนี้รักษายาก



          มดลูกทะลักหลังคลอดจัดว่าเป็นกรณีฉุกเฉิน ซึ่งถ้าทิ้งไว้นานความเสียหายจะรุนแรงมาก  จึงจำเป็นต้องรีบตามสัตวแพทย์ทันทีที่เห็น


          สาเหตุที่แน่นอนยังไม่ทราบ บางครั้งอาจเกิดจากระดับแคลเซียมในเลือดต่ำ มักพบในโคที่ยังไม่ครบแล้วเบ่งอย่างมากจนมดลูกปลิ้น
ทะลักออกมา



        โคจะเบ่งมากและเห็นมดลูกทะลักออกมา ความรุนแรงขึ้นกับขนาดของมดลูกที่ทะลัก และระยะเวลาที่ทิ้งไว้

        ก่อนทำการแก้ไข  ส่วนใหญ่เมื่อมดลูกทะลัก โคมักจะนอนทำให้ส่วนของมดลูกตกอยู่บนพื้น ซึ่งสภาพนี้มดลูกจะชอกช้ำได้ง่าย

         หากมีการฉีกขาดของเส้นเลือดด้วยจะทำให้เลือดออกมาก มีผลให้โคตายได้ ถ้าทิ้งมดลูกให้ทะลักเป็นเวลานานจะทำให้เลือดคั่งที่มดลูก
มีผลให้ผนังมดลูกบวมใหญ่ขึ้นดันกลับยาก และอาจเกิดเนื้อตายหรือบาดแผลที่มดลูกได้



          ต้องรีบตามสัตวแพทย์โดยด่วน ขณะที่สัตวแพทย์ยังไม่มา เจ้าของควรจะช่วยด้วยการพยายามไม่ให้มดลูกส่วนที่ทะลักสกปรก
หรือชอกช้ำมากขึ้น   
โดยไล่ให้โคยืนแล้วล้างมดลูกด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง จากนั้นลองดันกลับดู ถ้าทำได้ควรมีคนช่วยหลายคน
จะทำให้การดันกลับง่ายขึ้น เพราะมดลูกมีน้ำหนักมาก





          มักเกิดในแม่โคที่ให้น้ำนมมากหลังคลอดลูกใหม่ ๆ



          เกิดจากระดับแคลเซียมในเลือดต่ำกว่าปกติมาก  ส่วนใหญ่มักเกิดกับแม่โคที่สูญเสียแคลเซียมทางน้ำนมอย่างมากจนร่างกาย
ปรับตัวไม่ทัน  คือไม่สามารถดูดซึมเอาแคลเซียมจากลำไส้  หรือดึงเอาแคลเซียมที่สะสมไว้ในกระดูกมาทดแทนได้ทันท่วงที  และสาเหตุ
ที่ชักนำให้สัตว์เป็นโรคนี้ได้ง่าย ก็คือการเปลี่ยนแปลงสภาพของร่างกาย และสิ่งแวดล้อม เช่น การคลอดลูก การเปลี่ยนอากาศ หรือการอด
อาหารอย่างกะทันหัน เป็นต้น



                ระยะที่  1 

                โคจะแสดงอาการตื่นเต้น กล้ามเนื้อสั่นเห็นได้ชัดเวลายืน ไม่อยากเคลื่อนไหว ไม่กินอาหาร เคี้ยวฟัน บางตัวจะชัก ต่อมาขาหลัง
จะแข็งตัว เดินโซเซ และล้มลงนอน

                ระยะที่  2 

                โคจะล้ม นอนบนหน้าอก ซึมลงมาก คอบิดหันหัวไปทางสวาป ลุกไม่ขึ้น ตัวเย็น หัวใจเต้นเร็วแต่เบา กระเพาะไม่ทำงาน ตาดำขยาย นัยน์ตาค้าง และแห้ง ปาก และจมูกแห้ง

                 ระยะที่  3 

                โคจะนอนตะแคง เกือบหมดความรู้สึก ชีพจรอ่อนมาก หัวใจเต้นเร็วมากถึง 120 ครั้ง/นาที มักมีอาการท้องอืดร่วมด้วย ถ้าถึงระยะนี้
ยังไม่ได้รับการรักษาสัตว์จะตายได้ง่าย



          เมื่อพิจารณาดูจากประวัติการคลอดใหม่ อาการ และปริมาณของน้ำนม ถ้าเจ้าของสงสัยว่าโคป่วยเป็นโรคนี้ให้รีบตามสัตวแพทย์
ทันที
   เพราะจำเป็นต้องให้แคลเซียมทางเส้นเลือดโดยด่วน ซึ่งต้องทำอย่างระมัดระวัง จำไว้ว่าอย่าทำการรักษาเอง เพราะแคลเซียมถ้าให้เร็ว
มากเกินไปสัตว์จะตายได้




          ในช่วงท้องแก่ และแรกคลอดให้จัดอาหารแร่ธาตุซึ่งมีแคลเซียมสูง ให้โคกินอย่างเต็มที่ คือมีวางไว้ให้กินได้ตามต้องการตลอดเวลา




          หลังการคลอดลูกแม่โคอาจลุกไม่ขึ้น เพราะ 2 ขาหลังเป็นอัมพาต



          เนื่องจากขณะคลอดลูกจะมีการขยายตัวอย่างมากในช่องเชิงกราน  จึงมีผลให้เกิดการบาดเจ็บในส่วนของ  เอ็นเส้นประสาท
และกล้ามเนื้อในบริเวณใกล้เคียงได้ มักเกิดกับในโคที่คลอดยาก และล้มนอนเป็นเวลานานๆ ขณะคลอด



        แม่โคจะนอนลุกไม่ขึ้นแต่ยังคงกินอาหาร  น้ำ  และขับถ่ายปกติ



          ต้องปรึกษาสัตวแพทย์ ซึ่งผลในการรักษาไม่แน่นอน ขึ้นกับความรุนแรงของการบาดเจ็บ โดยเฉพาะหากเกิดบาดเจ็บที่เส้นประสาท
หากปล่อยไประยะหนึ่งแล้วอาการไม่ดีขึ้นอาจต้องตัดทิ้ง






 

  โดย ... สัตว์แพทย์หญิง ฐิติมา วราวิทย์
              สัตว์แพทย์หญิง วีร่า พิวก์
 
     โรคโคที่พบในโคหลังคลอด







©
2007 Pornchaiinter.com   All Rights Reserved.
Tel : 032 357 184, 032 357 558, 032 357 559 Fax : 032 357 185